สาวจีน โดนหลอกให้โอนเงิน อยากได้เงินคืน จึงโทรไปถาม โดนหลอกอีกรอบ ให้เอาโค้กเทใส…


สาวจีน โดนหลอกให้โอนเงิน อยากได้เงินคืน จึงโทรไปถาม โดนหลอกอีกรอบ ให้เอาโค้กเทใส่ตู้เอทีเอ็ม แล้วจะได้คืน สุดท้ายโดนจับข้อหาทำลายตู้เอทีเอ็ม (โดยมิได้เจตนา) ค่าเสียหายตู้เอทีเอ็ม คิดเป็นเงินกว่า 60,000 หยวน ประมาณ 300,000 บาท

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในฉงชิ่ง ประเทศจีน เมื่อนางจางหลิง ชาวเมืองกว่างซี วัย 33 ปี ที่ย้ายมาอยู่ในห้องเช่าเล็กๆกับสามีและลูก ที่ฉงชิ่ง ถูกแก๊งต้มตุ๋นโทรมาหลอกเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 59 ว่า โทรมาจาก China Unicom เครือข่ายมือถือจีน ซึ่งนางจางหลิงค้างค่าโทรอยู่ 1,300 หยวน หรือ 6,500 บาท โดยจางหลิงมั่นใจว่าเธอไม่ได้ใช้ค่าโทรมากมายขนาดนั้น ทางปลายสายจึงบอกว่า ถ้างั้นโทรไปที่ สำนักงานความปลอดภัยที่กรุงปักกิ่ง เพื่อเช็คข้อมูลและแก้ปัญหานี้ แน่นอนว่าแก๊งต้มตุ๋นได้ให้เบอร์ปลอม ที่ได้เตี๊ยมกันไว้แล้วภายในแก๊ง

เมื่อจางหลิงโทรไปที่สำนักงานความปลอดภัยกรุงปักกิ่ง ที่เป็นเบอร์ปลอม ทางนั้นแจ้งว่า ข้อมูลทุกอย่าง ทั้งบัญชีธนาคาร บัตรประชาชน ของนางจางหลิง ก็ถูกต้องดี น่าจะโดนสวมบัตรประชาชน ดังนั้น ให้โอนเงินมาเพื่อยืนยันตัวตน จางหลิงหลงเชื่อโอนเงินไป 5,300 หยวน หรือประมาณ 26,500 บาท

พอวันต่อมา 4 พ.ย. 59 จางหลิงร้อนใจมาก เริ่มรู้ตัวว่าโดนหลอก จึงโทรกลับไปยังเบอร์ปลอมของแก๊งต้มตุ๋น เพื่อขอเงินคืน แก๊งต้มตุ๋นยังคงทำตัวน่าเชื่อถือ และหลอกว่า “ให้นำโค้กไปเทใส่ตู้เอทีเอ็ม เหมือนว่าเราจะฝากเงิน แต่เทน้ำโค้กลงไปแทน และจะได้สลิปออกมา ให้นำสลิปไปแจ้งตำรวจ ก็จะได้เงินคืน” ด้วยความที่กลัวพ่อบ้านจะรู้ว่าเธอโดนหลอกเงินมากขนาดนี้ เพราะครอบครัวเธอยากจน เธอจึงพยายามแก้ปัญหาด้วยตนเอง เธอจึงเชื่อแก๊งตุ๋นอีกรอบ

ช่วงเที่ยงของวันที่ 4 พ.ย. 59 เธอรีบไปที่ตู้เอทีเอ็มแห่งหนึ่ง พร้อมโค้กขวดใหญ่ที่เหลือครึ่งขวด ซึ่งนำมาจากที่บ้าน เธอเทลงไปในช่องใส่เงินของตู้เอทีเอ็ม แต่ไม่มีสลิปออกมา เธอจึงโทรกลับไปถามแก๊งตุ๋นอีกรอบ “แก๊งตุ๋นตอบว่า น่าจะเกิดจากโค้กน้อยไป หรือไม่เครื่องก็มีปัญหา”

เธอจึงไปซื้อโค้กขวดใหญ่มาอีกขวด และรีบนำไปทำแบบเดิมที่ตู้เอทีเอ็มอีกเครื่องหนึ่ง คราวนี้ได้สลิปออกมา แต่เมื่อจะไปแจ้งตำรวจที่อยู่บริเวณนั้น เธอกลับคิดขึ้นมาได้ว่า “เอ๊ะ หรือเราโดนหลอกเข้าแล้ว” เธอจึงรีบหนีกลับบ้าน

แต่สุดท้าย วันที่ 6 พ.ค. 60 เธอก็โดนจับได้ในข้อหาทำลายตู้เอทีเอ็มโดยมิได้เจตนา ค่าเสียหาย 60,000กว่าหยวน หรือคิดเป็นเงินไทย 300,000 กว่าบาท แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 6 เดือน ก็ตาม ซึ่งตามข่าว ยังไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าเธอจะต้องชดใช้ค่าเสียหายหรือไม่

ทั้งนี้ การหลอกเงินผ่านมือถือ ระบาดหนักในจีน โดยทางการจีนพยายามปราบปรามอย่างหนัก

อ้ายจงเล่าเรื่องจาก Weibo: Vista看天下

#อ้ายจง #เล่าเรื่องเมืองจีน #เล่าข่าวจีน #คลิปจีน #ชีวิตในจีน
[fb_vid id=”1003213146476915″]

ขอบคุณที่มาของข้อมูล :
แฟนเพจอ้ายจง

ติดต่อเรา