‘ไบเดน’ ตั้งเป้ารถใหม่ครึ่งหนึ่งที่ขายในสหรัฐฯ เป็น ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ ในปี 2030

(แฟ้มภาพซินหัว : รถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าฟอร์ด มัสแตง มัค-อี ณ งานแสดงรถยนต์ลอสแอนเจลิส 2019 ในนครลอสแอนเจลิสของสหรัฐฯ วันที่ 22 พ.ย. 2019)

วอชิงตัน, 6 ส.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันพฤหัสบดี (5 ก.ค.) โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดีฉบับหนึ่งซึ่งเรียกร้องให้รถยนต์ใหม่ที่จำหน่ายในสหรัฐฯ จำนวนครึ่งหนึ่งเป็นรถยนต์ไร้มลพิษ ภายในปี 2030

คำสั่งดังกล่าวระบุว่า “อเมริกาต้องเป็นผู้นำของโลกในด้านรถยนต์และรถบรรทุกที่ใช้พลังงานสะอาดและมีประสิทธิภาพ ซึ่งก็คือการสนับสนุนตลาดภายในประเทศด้วยการตั้งเป้าให้ร้อยละ 50 ของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถบรรทุกขนาดเล็กคันใหม่ทั้งหมดที่จำหน่ายในปี 2030 เป็นยานพาหนะไร้มลพิษ อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด และยานยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง”

นอกจากนี้ คำสั่งประธานาธิบดีฉบับนี้ยังตั้งกำหนดการสำหรับการพัฒนาประสิทธิภาพเชื้อเพลิงในระยะยาวและมาตรฐานการปล่อยมลพิษที่ถูกปรับลดระหว่างการบริหารภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์

ทั้งนี้ เมื่อบ่ายวันพฤหัสบดี (5 ส.ค.) บรรดาผู้บริหารจากบริษัทรถยนต์หลายแห่ง ซึ่งรวมถึงฟอร์ด (Ford) เจนเนอรัล มอเตอร์ส (General Motors) และสเตลแลนทิส (Stellantis) ตลอดจนเหล่าสมาชิกสภานิติบัญญัติและสหภาพแรงงานรถยนต์สหรัฐ (UAW) ร่วมพบปะกับไบเดน ณ ทำเนียบขาว

ขอบคุณที่มาของข้อมูล :

Xinhua

ติดต่อเรา