เปิดเรื่องราวสินสอดแต่งงานจีน ภายใต้แนวคิดยุคใหม่ “ฝ่ายหญิงก็สร้างเนื้อสร้างตัวไ…

เปิดเรื่องราวสินสอดแต่งงานจีน ภายใต้แนวคิดยุคใหม่ “ฝ่ายหญิงก็สร้างเนื้อสร้างตัวได้ ไม่ต้องรอบ้านและรถจากฝ่ายชาย”
—–
ใกล้จะถึงเทศกาลชีซี (七夕)วันแห่งความรักของจีน และตอนนี้ก็มีเรื่องราวประเด็นเกี่ยวกับสินสอดการแต่งงานในบ้านเรา อ้ายจงเลยนึกถึงเหตุการณ์สมัยอยู่เมืองจีน มีโอกาสได้คุยกับคนขับแท็กซี่คนหนึ่งที่อ้ายจงนั่งรถของคุณลุง คุณลุงไม่รู้จะคุยอะไร เลยถามว่า “แต่งงานหรือยังพ่อหนุ่ม?” และยาวจนไปถึงเรื่อง “สินสอด”
.
เรื่องนี้จำได้ว่าเคยเล่าเมื่อหลายปีมาแล้ว แต่ขออนุญาตรีรันอีกครั้งครับ
.
“คนเราจะแต่งกับคน หรือแต่งกับเงิน?” เป็นประเด็นที่อ้ายจงคุยกับคุณลุงได้ข้อคิดจากคุณลุงขับแท็กซี่ท่านนั้น
.
ในเมืองจีนเอง ก็มีเรื่องราวของสินสอด คล้ายๆกับที่ประเทศไทยเหมือนกัน อย่างคลาสสิคมากเลยก็ ผู้ชายที่จะแต่งงานได้ ขั้นพื้นฐานต้องมีบ้าน (คอนโด) และรถยนต์ แต่ถ้าอยู่ในเมืองใหญ่ที่ขนส่งมวลชนสะดวก มีบ้านก็เพียงพอล่ะ เพราะก็แพงมากแล้ว ทำให้เราได้เห็นปัญหาอย่างหนึ่งของชีวิตคู่จีน คือ แม้เลิกราไปแล้ว บางคนยังต้องอาศัยแยู่ชายคาเดียวกัน เพราะทั้งฝ่ายหญิงฝ่ายชาย ไม่มีเงินพอที่จะไปหาที่อยู่อาศัยใหม่แล้ว ฝ่ายชายก็ทุ่มเงินซื้อบ้านที่พักอาศัยสำหรับแต่งงานไปหมดแล้ว
.
กลับมาที่เรื่องราวของลุงคนขับแท็กซี่ คุณลุงเป็นชาวเขตผิงกู่ ชานเมืองของกรุงปักกิ่ง ห่างจากตัวเมืองหลวงราว 100 กิโลเมตร โดยตัวคุณลุงมีลูกสาวและแต่งงานออกเรือนไปแล้ว คุณลุงจึงสามารถแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี และต้องบอกว่า น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
.
ลุงเริ่มบทสนทนาประเด็นสินสอดและการแต่งงานของคนจีนด้วยการเล่าว่า

“ทุกคนต้องแต่งงาน ต้องมีลูก ใครไม่แต่งงาน หรือไม่มีลูก ถือว่าไม่ดี เป็นความคิดที่อยู่คู่คนจีนมานานแล้ว”

“แต่ต้องยอมรับนะ การแต่งงานมีเงินมาเกี่ยวข้อง ผู้ชายต้องมีบ้านและรถ พร้อมเงินจำนวนหนึ่งที่มากพอ (ที่ฝ่ายหญิง หรือพ่อแม่ฝ่ายหญิงพอใจ) ถึงจะแต่งได้”
.
โดยคุณลุงท่านนี้ มีความคิดว่า “ความคิดและความเชื่อของคนจีนในข้างต้น เป็นการค้ดและเชื่อแบบผิดผิด”
.
ผมจำประโยคหนึ่งได้แม่นยำเลยว่า หลังจากคุณลุงเล่ามาสักพัก คุณลุงยิงคำถามแบบจุกสุดๆ
.
“คุณคิดว่า การแต่งงาน จะแต่งกับคน หรือแต่งกับเงินล่ะ?”
.
คุณลุงเล่าต่อ ”

“เขตชานเมืองหรือชนบทอย่างบ้านของคุณลุง แรงกดดันก็มีมากเหมือนกันในประเด็นพวกนี้ เงินที่ต้องให้ทางบ้านฝ่ายหญิงก็เยอะเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับฐานะของฝ่ายชาย ฝ่ายหญิงและความพึงพอใจสองฝ่าย”
.

เคสของลูกสาวคุณลุงที่แต่งงานไปแล้ว คุณลุงบอกว่าไม่ได่เอาอะไรเลย ลุงช่วยออกค่าจัดงานเลี้ยงแต่งงานด้วย จ่ายไปราว 50,000 บาท แต่ขอให้ช่วยกันทำมาหากินก็พอ
.
คุณลุงยังทิ้งท้ายแบบจุกๆอีกดอก

“เห็นไหมว่า แต่งกับคนมันก็ได้คนมาช่วยกันทำมาหากิน แต่ถ้าแต่งกับเงิน มันอาจไม่ได้แบบนี้นะ”
.
จะว่าไปแล้ว ภาระอันหนักอึ้งเรื่องสินสอดของฝ่ายชายและตัวครอบครัวฝ่ายชายที่ต้องรับผิดชอบ ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยทำให้คนจีนยุคใหม่
.

อย่างยิ่งในกลุ่มสาวจีน เริ่มแต่งงานช้าลง ไม่สนใจเรื่องเวลา แต่งเมื่อไหร่ก็ได้ อายุเกิน 25 ก็ไม่ซีเรียสเท่าเมื่อก่อนแล้ว แต่มีแนวคิดทำงานหาเงิน สร้างฐานะ ซื้ออสังหาริมทรัพย์เก็บไว้ เพื่อจะได้ไม่ต้องพึ่งพาแต่ฝ่ายชายอย่างเดียว ทำให้ปัจจุบัน อัตราส่วนการซื้อบ้านของหญิงจีนยุคใหม่ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยก็ตั้งแต่ปี 2018 ที่เริ่มมีการเผยแพร่ผลสำรวจการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของผู้หญิงจีน

#อ้ายจง #เล่าเรื่องเมืองจีน #ชีวิตในจีน

ขอบคุณที่มาของข้อมูล :
แฟนเพจอ้ายจง

ติดต่อเรา