รถไฟจีน (เฉิงตู) – ยุโรป ขบวนแรกบรรทุกข้าวบาร์เลย์จากรัสเซียถึงนครเฉิงตู

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2563 ขบวนรถไฟบรรทุกข้าวบาร์เลย์จากประเทศรัสเซียจำนวน 46 ตู้คอนเทนเนอร์ ปริมาณรวม 1,200 ตัน โดยเดินทางถึงสถานีปลายทางที่สำนักงานการรถไฟนานาชาตินครเฉิงตู เขตชิงไป๋เจียง ขนส่งผ่านเส้นทางรถไฟจีน (เฉิงตู) – ยุโรป ถือเป็นรถไฟบรรทุกข้าวบาร์เลย์ขบวนแรกของมณฑลเสฉวน และเป็นความสำเร็จในการพัฒนาช่องทางนำเข้าธัญพืชและการพัฒนาอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารในมณฑลเสฉวน ทั้งข้าวบาร์เลย์ที่นำเข้าจากประเทศรัสเซียจะถูกกระจายไปจำหน่ายยังเมืองเหมียนหยาง เมืองหนานชง และเมืองอื่น ๆ ในมณฑลเสฉวนต่อไป

นายเฉิน หมิงเชียน ผู้แทนจากบริษัทการค้าเฉิงตูเจียหยวน กล่าวว่า การขนส่งดังกล่าวเป็นการนำเข้าข้าวบาร์เลย์ผ่านรถไฟจีน (เฉิงตู) – ยุโรป เป็นครั้งแรก โดยขบวนรถไฟออกเดินทางจากนครโนโวซีบีสค์ของประเทศรัสเซียมายังนครเฉิงตู ใช้เวลาขนส่งเพียง 10 วัน รถไฟขบวนที่สองที่จะนำเข้าข้าวบาร์เลย์มีกำหนดจะขนส่งก่อนสิ้นเดือนธันวาคม 2563

หน่วยงานด้านศุลกากรของจีนเปิดเผยว่า รัฐบาลได้ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปธัญพืช ทำให้ปริมาณการนำเข้าข้าวบาร์เลย์ ข้าวโพด ข้าวฟ่าง และพืชอื่น ๆ เพิ่มสูงขึ้น โดยในช่วงสามไตรมาสแรกของปี 2563 การนำเข้าธัญพืชของจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.9 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 ขณะเดียวกัน มณฑลเสฉวนกำลังเร่งพัฒนาเป็นมณฑลแห่งการเกษตรเข้มข้น รวมถึงเร่งส่งเสริมการแปรรูปธัญพืชและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอื่น ๆ โดยที่รัสเซียเป็นพื้นที่ผลิตและส่งออกข้าวบาร์เลย์ที่สำคัญของโลก จีนจึงมีความต้องการวัตถุดิบธัญพืชคุณภาพสูงและราคาต่ำจากประเทศรัสเซียเป็นจำนวนมาก การนำเข้าข้าวบาร์เลย์จากรัสเซียจะช่วยขยายแหล่งนำเข้าธัญพืชใหม่สำหรับวิสาหกิจของจีน และกระตุ้นกำลังการผลิตอุตสาหกรรมแปรรูปธัญพืชในท้องถิ่น รวมทั้งขยายห่วงโซ่อุปทานธัญพืชในประเทศต่อไป

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 นครเฉิงตูได้ตรวจสอบและกำหนดท่าขนส่งเพื่อนำเข้าธัญพืชโดยเฉพาะ สำหรับการขนส่งผ่านรถไฟระหว่างประเทศและรถไฟจีน (เฉิงตู) – ยุโรป ขณะเดียวกัน นครเฉิงตูจะเร่งเปิดช่องทางการส่งออกธัญพืชที่สำคัญระดับโลกอื่น ๆ อาทิ กลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียกลาง โดยจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจนำเข้าผลิตภัณฑ์ธัญพืชและน้ำมันสำหรับปรุงอาหาร อาทิ ข้าวสาลี ข้าวสาร น้ำมันเมล็ดลินิน และน้ำมันเมล็ดทานตะวัน เป็นต้น

 

แหล่งที่มา เว็บไซต์ทางการของสำนักข่าวซินหัว

http://m.xinhuanet.com/sc/2020-12/21/c_1126888455.htm (วันที่ 21 ธันวาคม 2563)

 

ที่มา : https://thaibizchina.com/

ติดต่อเรา