อู่ฮั่น​ที่ฉันรู้จัก​ ตอนที่​ 7 ผลไม้เมืองจีน

ประเทศจีนแม้ว่าจะมีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล มีสภาพภูมิประเทศเกือบแทบทุกแบบในโลก แม่น้ำแยงซี และแม่น้ำฮวงโห เป็นแม่น้ำสองสายสำคัญของประเทศจีนที่หล่อเลี้ยงผู้คนริมสองฝั่งแม่น้ำมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทำให้ราบลุ่มแม่น้ำทั้งสองสายนี้จึงกลายเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญ 

มณฑลหูเป่ยตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มภาคกลางริมฝั่งแม่น้ำแยงซีที่มีต้นกำเนิดมาจากชิงไห่และทิเบตทางภาคตะวันตกของจีน ที่ราบลุ่มแม่น้ำในมณฑลหูเป่ยจึงอุดมสมบูรณ์ด้วยผักผลไม้หลากหลายชนิด และอู่ฮั่นที่ถูกวางให้เป็นเมืองศูนย์กลางการคมนาขนส่งในภาคกลางของจีนทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ทำให้ในแต่ละฤดูจึงได้เห็นผลไม้ที่วางขายไม่ซ้ำกันทั้งในตลาดและริมถนน การชั่งกิโลขายสินค้าของพ่อค้าแม่ค้าในอู่ฮั่นจะเป็นตาชั่งแบบดิจิทัล และราคาของที่ติดไว้จะเป็นราคาต่อน้ำหนักครึ่งกิโลกรัมหรือหนึ่งจิน ถ้าเราจะซื้อหนึ่งกิโลกรัมก็คือสองจิน

ในหน้าหนาวช่วงเดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์ จะมีชาวสวนเอาสตรอว์เบอร์รี่มาขายเต็มไปหมด สตรอว์เบอร์รีที่เอามาขายเท่าที่เคยลองซื้อมาชิมจะมีสองแบบ คือ สตรอว์เบอร์รีพันธุ์ธรรมดา และสตรอว์เบอร์รีพันธุ์หน่ายโหยว สตรอว์เบอร์รีพันธ์ธรรมดาจะมีรสชาติออกเปรี้ยว กรอบ แต่ไม่ค่อยหวาน ลูกเล็ก เวลาขายคนขายก็จะขายเป็นกาละมัง ๆ ละประมาณ 20 หยวน (ประมาณ 100 บาท) แต่ละกาละมังก็จะหนักประมาณหนึ่งกิโลครึ่ง ส่วนสตรอว์เบอร์รีหน่ายโหยวจะเป็นสตรอว์เบอรี่รสชาติหวาน หอม กรอบ และเป็นที่นิยมมากกว่าแบบแรก ขนาดที่ใหญ่ที่สุดที่เคยซื้อมาชิมคือขนาดประมาณไข่ไก่ ราคาขายก็จะเริ่มต้นอยู่ที่ครึ่งกิโลกรัม 15-30 หยวน ซึ่งราคาก็จะขึ้นอยู่กับขนาดของสตรอว์เบอร์รีถ้าลูกเล็กก็จะถูกกว่าลูกใหญ่ รสชาติของสตรอว์เบอร์รีที่อู่ฮั่นจะให้ความกรอบและความหวานหอมมากกว่าสตรอว์เบอรี่ที่เคยชิมมา โดยเฉพาะที่อู่ฮั่นมีความแตกต่างกับสตรอว์เบอร์รีที่ไทยตรงที่ความกรอบ และความหอมหวาน ส่วนใหญ่สตรอว์เบอร์รีที่ขายในอู่ฮั่นก็จะเป็นสตรอว์เบอร์รีแถวชานเมืองอู่ฮั่นแถบใกล้ ๆ กับรถไฟใต้ดินสาย ๒ สถานีจินหยินถานที่ใช้เวลาเดินทางจากมหาวิทยาลัยประมาณหนึ่งชั่วโมง และต้องต่อรถโดยสารประจำทางไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง เวลาถึงฤดูหนาวชาวสวนที่อยู่ก็จะเปิดสวนให้ลูกค้าชาวเมืองอู่ฮั่นไปเก็บสตรอว์เบอร์รีกันสด ๆ ในสวน ค่าเข้าชมสวนจะอยู่ที่ประมาณคนละ 20-40 หยวน (ประมาณ 100-200 บาท) เมื่อเดินเข้าไปเจ้าของสวนก็จะยื่นตะกร้าให้คนละใบเพื่อไปเก็บสตรอว์เบอร์รี ส่วนใหญ่คนที่ไปเที่ยวก็จะเป็นวัยรุ่นก็จะเข้าไปถ่ายรูปและซื้อสตรอว์เบอร์รีกลับมา รอบ ๆ สถานีจินหยินถานจึงกลายเป็นสตรอว์เบอร์รีไปโดยปริยาย และจะมีสตรอว์เบอร์รีสด ๆจากสวนมาขายกันที่หน้าสถานีรถไฟใต้ดิน แถมราคายังถูกกว่าที่ขายในเมือง ในช่วงหน้าหนาวนอกจากจะมีสตรอว์เบอร์รีแล้ว อู่ฮั่นก็ยังมีส้มขายด้วย บริเวณที่ปลูกส้มที่ใกล้ที่สุดก็คือย่านเดียวกับที่ปลูกสตรอว์เบอร์รี เมื่อมองไปสองข้างทางใกล้กับย่านจินหยินถานก็จะเห็นสวนส้มสลับกับสวนสตรอว์เบอรี่ เพื่อนคนจีนเคยเล่าให้ฟังว่าส้มในช่วงหน้าหนาวจะเป็นส้มที่มีคุณภาพดีกว่าส้มที่ปลูกในหน้าอื่น ๆ 

หมดจากหน้าสตรอว์เบอร์รีและส้ม ก็จะเป็นฤดูกาลของท้อ ท้อในเมืองจีนมีหลายร้อยชนิด ถ้ามาอู่ฮั่นช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน จะได้เห็นท้อหลากหลายชนิดวางขายอยู่ตามท้องถนนอย่างละลานตา โดยเฉพาะย่านช้อปปิ้งต่าง ๆ จะเห็นพ่อค้าแม่ค้าบรรทุกใส่รถมาขาย รถที่เอาใส่ผลไม้มาขายก็มีทั้งรถตู้ รถเข็น และรถหกล้อ โดยท้อบางชนิดหน้าตาแปลกไม่เคยเห็นในเมืองไทย แต่รสชาติกลับอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ  ท้อบางพันธุ์มีหน้าตาและรสชาติคล้ายกับแอปเปิ้ล ขณะที่บางพันธุ์จะมีรสชาติคล้ายพุดดิ้ง 

เพื่อนคนจีนเคยเล่าให้ฟังว่าท้อเมืองจีนมีมากจนนับไม่ถ้วน แถมท้อบางพันธุ์ก็ยังไม่เคยชิมเช่นกัน

พอเข้าช่วงหน้าร้อนประมาณเดือนพฤษภาคม รอบ ๆ มหาวิทยาลัยก็จะมีพ่อค้าแม่ค้าบรรทุกแตงโมมาขาย แตงโมที่มาขายในอู่ฮั่นจะมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งแตงโมลูกใหญ่สีแดง แตงโมลูกใหญ่สีเหลือง และแตงโมลูกเล็ก แตงโมลูกใหญ่ที่นี่ใหญ่สมชื่อจะมีรสชาติหวานกรอบ ส่วนใหญ่จะตัดแบ่งขายเป็นชิ้น ๆ ราคาชิ้นละประมาณ 15-20 หยวน (ประมาณ 75-100 บาท) ส่วนแตงโมลูกเล็กขนาดกะทัดรัดประมาณลูกตะกร้อ จะมีราคาที่ถูกกว่ามาก คือ ลูกละไม่เกิน 6 หยวน (ประมาณ 30 บาท) รสชาติของแตงโมลูกเล็กอาจจะไม่อร่อยเท่ากับแตงโมลูกใหญ่ แต่จะได้ปริมาณเนื้อแตงโมมากกว่าลูกใหญ่เพราะเป็นแตงโมเปลือกบาง

ผลไม้ที่ขายในอู่ฮั่นยังมีผลไม้จากแหล่งอื่น ๆ ในประเทศจีน เช่น องุ่น จากซินเจียงซึ่งเป็นแหล่งปลูกองุ่นที่มีคุณภาพดีของจีน มะม่วงจากเกาะไหหลำ เป็นต้น ซึ่งเป็นที่นิยมของคนที่นี่ ส่วนผลไม้ชนิดอื่น ๆ ที่ขายในอู่ฮั่นยังมีผลไม้ที่นำเข้าจากต่างประเทศมาขายด้วย โดยเฉพาะผลไม้จากประเทศไทย เช่น กล้วยหอม มะม่วง มังคุด ลำไย ลิ้นจี่ และทุเรียน ที่เป็นที่นิยมในหมู่คนจีน และยังสามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายผลไม้และห้างสรรพสินค้า สอบถามแม่ค้าที่ขายผลไม้นำเข้าจากไทยได้ความว่าผลไม้ที่เอามาขายนำเข้ามาจากไทยผ่านกว่างโจวหรือที่คนไทยเรียกกันว่ากวางตุ้ง ซึ่งเมืองกว่างโจวอยู่ห่างจากอู่ฮั่นไปประมาณสามหรือสี่ชั่วโมงหากเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง


ดร.ศรีสุข​ อาชา
นักสื่อสารมวลชนชำนาญการ ส่วนข่าวและรายการภูมิภาค
สำนักประชาสัมพันธ์เขต ๓
ศิษย์เก่า​คณะวารสารศาสตร์และการสื่อสาร​
Huazhong​ University of Science and Technology
Wuhan, Hubei

#武汉加油 #武汉 #Wuhan

ติดต่อเรา