ตั้งแต่ต้นปี 2560 ทรัมป์ฮึ่มๆมาโดยตลอดว่า เสียดุลการค้ากับจีนจำนวนมาก จึงมีแนวค…

ตั้งแต่ต้นปี 2560 ทรัมป์ฮึ่มๆมาโดยตลอดว่า เสียดุลการค้ากับจีนจำนวนมาก จึงมีแนวคิดตั้งกำแพงภาษีขึ้นมา และนี่คือจุดเริ่มต้นของสงครามการค้าของสองประเทศ ที่เป็นมหากาพย์ต่อเนื่องมาตลอด2ปีนี้

– 1 มีนาคม 2561 โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเพิ่มภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมนำเข้าจากประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศจีน

– 22 มีนาคม 2561 สหรัฐอเมริกาเริ่มเปิดฉาก “ประกาศแผน” ตั้งกำแพงภาษีสำหรับสินค้าจีนโดยเฉพาะ โดยเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน 25% คิดเป็นมูลค่า 5หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

– 23 มีนาคม 2561 จีนตอบโต้สหรัฐในทันที ด้วยการ “ประกาศแผน” เพิ่มภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ 15-25% สำหรับสินค้า 128 รายการ เช่น เนื้อหมู,ผลไม้,ไวน์ คิดเป็นมูลค่า 2พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

– 3 และ 4 เมษายน 2561 สหรัฐอเมริกา และ จีน ต่างเป็นคนจริงทั้งคู่ ประกาศใช้นโยบายเพิ่มภาษีนำเข้าของทั้งสองประเทศ ตามที่ประกาศแผน ในช่วงปลายเดือนมีนาคม

– 3-4 พฤษภาคม และ 17 พฤษภาคม 2561 จีนและสหรัฐอเมริกา ตั้งโต๊ะหารือถึงการยุติข้อพิพาททางการค้าของสองประเทศ โดยประชุมทั้งในกรุงปักกิ่งของจีน และ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา

– 21 พฤษภาคม 2561 เป็นวันสำคัญ ที่ชาวโลกต่างโล่งใจ เพราะสองประเทศมีข้อตกลงยุติข้อพิพาททางการค้าชั่วคราว

– 29 พฤษภาคม 2561 ทรัมป์ประกาศให้เดินหน้า กำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีกครั้ง หลังจากยุติชั่วคราวไปไม่ถึง10 วัน

– 15 มิถุนายน 2561 ทรัมป์ยังคงประกาศจุดยืนเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน มูลค่ารวม 5หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมุ่งเน้นไปที่สินค้าที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย MADE IN CHINA 2025 พร้อมขู่จีน “จะประกาศเพิ่มอีก หากจีนยังตอบโต้”

– 18 มิถุนายน 2561 ทรัมป์ขู่เพิ่มภาษีนำเข้า 10% สำหรับสินค้าอื่นๆของจีน คิดเป็นมูลค่า 2แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (แต่ยังไม่ใช้จริง)

– 6 กรกฎาคม 2561 สหรัฐเริ่มใช้มาตรการ เพิ่มภาษี 25% ภาษีสินค้านำเข้าจากจีน มูลค่ารวม 5หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ประกาศใช้สำหรับสินค้าจีนบางส่วน ที่มีมูลค่ารวม 34ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อน ถือเป็นการตั้งกำแพงภาษีรอบที่1

– 3 สิงหาคม 2561 จีนตอบโต้สหรัฐ ด้วยการตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ มูลค่า 6หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

– 23 สิงหาคม 2561 สหรัฐเริ่มมาตรการกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากจีน รอบที่2 มูลค่า1.6หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และจีนก็ประกาศตอบโต้ด้วยการตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ มูลค่า 1.6หมื่นล้าน เช่นกัน

– 7 กันยายน 2561 ทรัมป์ออกมาขู่จีนอีกรอบว่า “กำแพงภาษีสินค้าจีน มูลค่า 2แสนล้านดอลลาร์ ที่ ไอบอกยูไว้เมื่อเดือนมิถุนายน ทำจริงนะ กำลังจะออกมาใช้แล้ว และยูระวังไว้ สหรัฐกำลังจะออกกำแพงภาษีสำหรับสินค้าจีน มูลค่ารวม 2.67 แสนล้านดอลลาร์ ด้วยนะ”

– 17 กันยายน 2561 หลังจากนั้น 10วัน สหรัฐประกาศกำแพงภาษี 10% สำหรับสินค้าจีน มีมูลค่ารวม 2แสนล้านดอลลาร์ ตามที่เคยขู่ไว้ พร้อมกับประกาศว่า จะเพิ่มเป็น 25% ในปี 2562 ถือเป็นการตั้งกำแพงภาษีรอบที่ 3

– 1 ธันวาคม 2561 สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และ โดนัลทรัมป์ของสหรัฐอเมริกา เจอกันในการประชุมG20ที่ประเทศอาร์เจนตินา โดยตกลงสงบศึกสงครามการค้าเป็นระยะเวลา 90วัน

– 24 กุมภาพันธ์ 2562 หลังจากเจรจาต่อรองกันอยู่หลายรอบ ทรัมป์ประกาศ “หยุดการเพิ่มภาษีนำเข้าจากจีนเป็นการชั่วคราว”จากเดิมที่จะเพิ่มภาษี จาก 10% เป็น 25% ตามนโยบายตั้งภาษีกำแพงสินค้าจีนมูลค่า 2แสนล้านดอลลาร์ ที่ประกาศไว้ในกันยายน 2561

– 9 เมษายน 2562 จีนสั่งลดภาษีนำเข้าจากสหรัฐบางรายการ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อาหาร เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า โดยดูเหมือนว่าสัญญาณสงครามการค้าจะดีขึ้น

– 5 พฤษภาคม 2562 ทรัมป์สร้างความตื่นตระหนกให้ชาวโลกอีกครั้งด้วยการประกาศขู่จีนว่า “สหรัฐจะเพิ่มกำแพงภาษีจาก10%เป็น25% ภายในวันศุกร์ที่10พฤษภาคม และกำแพงภาษีรอบใหม่ สำหรับสินค้าจีน มูลค่ารวม 3.25 แสนล้านดอลลาร์ ก็จะถูกประกาศออกมาด้วย หากข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน หาข้อยุติไม่ได้”

– 13 พฤษภาคม 2562 จีนประกาศเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐ มูลค่ารวม 6หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ตอบโต้ที่สหรัฐตั้งกำแพงภาษี25% สำหรับสินค้านำเข้าจากจีน

#อ้ายจง #เล่าเรื่องเมืองจีน #สงครามการค้าจีนอเมริกา

ขอบคุณที่มาของข้อมูล :
แฟนเพจอ้ายจง

ติดต่อเรา