กรณีศึกษา การตลาดจีนที่แย่ เพราะบริบทผิดที่ผิดทาง: D&G แบรนด์แฟชั่นสัญชาติอิตาลี…

กรณีศึกษา การตลาดจีนที่แย่ เพราะบริบทผิดที่ผิดทาง: D&G แบรนด์แฟชั่นสัญชาติอิตาลีชื่อดัง กลับมาเป็นกระแสในจีน เมื่อคนจีนพร้อมใจกันบอกว่า “สมควรแล้ว” ที่สองผู้ก่อตั้งของแบรนด์หลุดการจัดอันดับมหาเศรษฐีของForbes / เคราะห์ซ้ำ D&G ยังคงไม่มีขายบนแพลทฟอร์มออนไลน์จีน

ยังคงเป็นฝันร้ายสำหรับแบรนด์แฟชั่นสัญชาติอิตาลีชื่อดังอย่าง D&G (Dolce & Gabbana) ที่เคยเป็นดราม่าในจีนเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา 2018 จากกรณีทำคลิปโปรโมทงานแฟชั่นโชว์ในจีน ที่คนจีนมองว่า “เป็นคลิปที่เหยียดคนจีน” โดยล่าสุด กลับมาเป็นกระแสในโลกโซเชียลจีนอีกครั้ง มีการติดTop50คำค้นหายอดฮิตบนWeiboอยู่ในขณะนี้ จากกรณีที่มีข่าวออกมาในวันนี้ 8 มีนาคม ว่า “สองผู้ก่อตั้งของ D&G หลุดจากการจัดอันดับมหาเศรษฐี ของนิตยสาร Forbes ประจำปี2019”

ชาวโซเชียลจีนจำนวนมากแห่แชร์ข่าวนี้ พร้อมกล่าวว่า “สมควรแล้ว”

จริงๆแล้ววันนี้ เป็นวันสตรีสากล ซึ่งในจีน ก็ให้ความสำคัญมากทีเดียว ตามร้านค้าทั้งออฟไลน์และออนไลน์ต่างจัดกิจกรรมโปรโมชั่นในเทศกาล 3.8 วันสตรี อย่างสินค้าแฟชั่นและความสวยความงามสำหรับสาวๆ แต่ดูเหมือนว่า “D&G” จะไม่มีโอกาสได้ร่วมเทศกาลโปรโมชั่นนี้ในจีน โดยเฉพาะบนแพลทฟอร์มออนไลน์ เนื่องจากสินค้าของพวกเขายังคง “ไม่มีขาย” บนแพลทฟอร์มe-commerce ชื่อดังของจีน ไม่ว่าจะเป็น taobao, Tmall, JD.com, VIP.com โดยรายหลัง VIP.com แม้จะค้นหาเจอ มีสินค้าขึ้นมาฌชว์ แต่ทุกสินค้าก็พร้อมใจกันถูกเขียนว่า “ไม่มีสินค้าขาย”

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า หากเป็นกระแสลบในจีน และไม่มี crisis management กลยุทธ์แก้ปัญหากระแสลบ ก็จะเป็นปัญหา เป็นรอยแค้นต่อไปในกลุ่มคนจีนไม่มากก็น้อย… และยังเป็นตัวอย่างชั้นดีสำหรับกลยุทธ์การตลาดจีนที่ว่า Content is King but Context is God กล่าวคือ ไม่ว่าเราจะมั่นใจว่าเนื้อหาที่เราจะสื่อออกไปนั้นดีแค่ไหน แต่ถ้าบริบทมันผิดที่ผิดทาง ก็พังอย่างแน่นอน อย่างกรณีนี้ที่การที่จะโปรโมตอะไรในประเทศไหน ควรจะให้ความสำคัญในประเด็นละเอียดอ่อน และคนจีนนั้นรักชาติ มีความเป็นunityมากในเรื่องนี้

สำหรับคนที่อยากรู้ว่าต้นเหตุเรื่องนี้มาจากไหน เกิดอะไรขึ้นกับ D&G ในจีน เมื่อปีที่ผ่านมา อ่านด้านล่างครับ

——————–

งานเข้าเต็มๆสำหรับแบรนด์แฟชั่นชื่อดังจากอิตาลี อย่าง Dolce & Gabbana ที่ปล่อยคลิปในชุด “กินอาหารด้วยตะเกียบ” เพื่อหวังโปรโมตแฟชั่นโชว์ที่เซี่ยงไฮ้ แต่กลายเป็นว่าคลิปที่ทำออกมา กลายเป็นดราม่าเหยียดเชื้อชาติ คนจีนออกมาแสดงความไม่พอใจจำนวนมาก

โดยในคลิป จะเป็นผู้หญิงจีนกินอาหารอิตาเลี่ยน อย่างพิซซ่า, คาโนลี่ และสปาเก็ตตี้ด้วยตะเกียบ ซึ่งคนจีนมองว่า “พวกเราคนจีนไม่ได้กินด้วยตะเกียบไปซะทุกอย่าง แล้วเหมือนว่าคลิปนี้จะถูกว่าคนจีนไม่รู้จักวิธีการกินอาหารยุโรป” จนมีการลบคลิปโปรโมทออกไปจากAccount Weiboของ Dolce & Gabbana แต่ก็ยังมีหลายเพจsaveคลิปและอัพขึ้นไปใหม่ แชร์จำนวนมากจนกระแสยังมีไปเรื่อยๆ

นอกจากนี้กระแสดราม่ายังถูกโหมแรงขึ้นด้วยมีการเผยแพร่ภาพการตอบโต้ถึงกระแสของคนจีน ในทางที่ดูถูกมากขึ้นไปอีก ของ Stefano Gabbana ดีไซน์เนอร์ชื่อดังของแบรนด์นี้ โดยมีข้อความประมาณว่า “คลิปโปรโมตโดนลบ เนื่องจากกลัวผู้มีอำนาจในจีน หากเป็นเขา เขาไม่ลบแน่นอน และประเทศจีนเป็นประเทศที่ (ใส่รูปemoji อุจจาระ)” จนเกิดกระแส Dolce without Gabbana ในโลกออนไลน์จีนด้วย
แต่ภายหลังเจ้าตัวออกมาบอกว่า IG โดน Hack

ทั้งนี้กระแสได้รุนแรงมากขึ้นอีก เมื่อมีเหล่าคนดังในจีน ที่ตอนแรกจะต้องเข้าร่วมในแฟชั่นโชว์นี้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า “ไม่ขอร่วมแฟชั่นโชว์ เพราะเหนืออื่นใด ประเมศชาติต้องมาก่อน” ซึ่งในช่วงเวลาที่เกิดเหตุดราม่า การแสดงแฟชั่นโชว์ที่จะต้องมีก็ได้ถูกยกเลิกไปด้วย พร้อมกับสินค้า D&G ไม่มีขายในจีน ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่บนช่องทางการขายออนไลน์

#อ้ายจง #เล่าเรื่องเมืองจีน #ชีวิตในจีน #การตลาดจีน #กระแสสังคมจีน





ขอบคุณที่มาของข้อมูล :
แฟนเพจอ้ายจง

ติดต่อเรา