สองวันที่ผ่านมานี้ได้เกิดกระแสดราม่าในโลกโซเชียลจีนเกี่ยวกับ “บริษัทอสังหาแห่งหน…

สองวันที่ผ่านมานี้ได้เกิดกระแสดราม่าในโลกโซเชียลจีนเกี่ยวกับ “บริษัทอสังหาแห่งหนึ่งในกว่างโจว ตั้งกฎเหล็ก หากพนักงานคนใด เดินไม่ถึง 180,000 ก้าวต่อเดือน หรือ 6000 ก้าวต่อวัน จะถูกปรับก้าวละ 0.01หยวน (ประมาณ0.05บาท) สำหรับจำนวนก้าวที่ขาดไปจากเป้าหมาย” ตัวอย่างเช่น ถ้าอ้ายจงทำงานที่บริษัทแห่งนี้แล้วในเดือนนี้เดินได้เพียง 100,000 ก้าว อ้ายจงจะถูกปรับ 800 หยวน หรือประมาณ 4,000 บาท

ทำไมถึงเกิดดราม่า?

ชาวโซเชียลจีนจำนวนไม่น้อย มองว่า “กฎที่บริษัทนี้ตั้งขึ้นมา ดูจะเกินไป คือเข้าใจได้ว่าต้องการให้พนักงานออกกำลังกาย แต่การบังคับและปรับแบบนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ควร” , “ถ้าบริษัทอยากจะกระตุ้นให้พนักงานออกกำลังกาย ทำไมไม่ให้รางวัลกับคนที่ทำตามเป้าได้ล่ะ จะมาปรับคนที่ทำไม่ได้ทำไมกัน…”

ในขณะที่สื่อจีนได้ไปสัมภาษณ์พนักงานคนหนึ่งของบริษัทนี้ ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ได้คำตอบว่า “พนักงานต่างเข้าใจว่าบริษัทอยากให้เราออกกำลังกายกันมากขึ้น แต่กฎแบบนี้มันดูเป็นภาระอันหนักหน่วงของเรามาก เราจะต้องมากังวลที่จะเดินให้ครบตามเป้า พื่อที่จะไม่ให้โดนปรับ แต่นั่นหมายถึงเราเหนื่อยจากงานแล้ว ต้องมาเหนื่อยกับการเดินตามเป้า แล้วเราก็คงจะไม่มีเวลาแม้กระทั่งนอนพักผ่อน”

เหรียญย่อมมีสองด้าน เรื่องนี้ก็เช่นกัน เมื่อมีผู้ไม่เห็นด้วย ก็ต้องมีผู้เห็นด้วย เท่าที่อ้ายจงอ่านความคิดเห็นบน Weibo โซเชียลออนไลน์ชื่อดังของจีน ได้ความว่าฝ่ายที่เห็นด้วย เห็นด้วยเพราะมองว่า “ทุกวันนี้เดินไปเดินกลับปกติก็ไม่ต่ำกว่า 10,000 ก้าวต่อวันนะ ยากตรงไหนกัน” และก็มองว่า คนจีนก็เดินเยอะเป็นปกตินินา รวมถึงมีหลายคนมาพิมพ์อวดจำนวนก้าวที่เดินได้ต่อวัน เกทับกันไปมา

ทั้งนี้ นักกฎหมายจากสำนักงานกฎหมายในกว่างโจว ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “ทางบริษัทไม่มีสิทธิทางกฎหมายที่จะนำจำนวนก้าวของการเดินมาปรับเงินพนักงาน แต่ถ้าบริษัทมีกฎแบบนี้จริง หากพนักงานเดินให้บรรลุเป้าหมายของกฎบริษัท แต่ต้องใช้เวลานอกเหนือเวลางานปกติ ทางพนักงานมีสิทธิเรียกร้องค่าล่วงเวลา รวมถึงจะบาดเจ็บจากการเดินตามกฎนี้ ยังมีสิทธิเรียกร้องค่ากษาพยาบาล เนื่องจากบาดเจ็บจากการทำงานได้อีกด้วย”

เพื่อนๆล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรบ้างกับกฎนี้ ถ้าบริษัทของทุกคนเอากฎนี้มาใช้บ้าง ร่วมแชร์ความคิดเห็นได้เลยครับ

อ้ายจงเล่าเรื่องจาก Weibo:人民网, ChinaPlus

#อ้ายจง #เล่าเรื่องเมืองจีน #ชีวิตในจีน

ขอบคุณที่มาของข้อมูล :
แฟนเพจอ้ายจง

ติดต่อเรา