#สกู๊ป เล่าเรื่องเมืองจีน ตอน “ควันหลงการพบกันของสองผู้ยิ่งใหญ่ กับความพยายามในต…

#สกู๊ป เล่าเรื่องเมืองจีน ตอน “ควันหลงการพบกันของสองผู้ยิ่งใหญ่ กับความพยายามในตลาดอเมริกาของแจ็คหม่า”

ข่าวการพบกันของแจ็คหม่า และทรัมป์ สองผู้ยิ่งใหญ่ในยุคนี้ …สร้างความฮือฮาให้กับผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะคำสัญญาของแจ็คหม่าที่ให้ไว้กับทรัมป์ว่า “จะผลักดันผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กและเกษตรกรอเมริกันส่งสินค้าบุกจีน 1 ล้านราย” ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แจ็คหม่าพยายามดีลกับตลาดอเมริกา เพราะ Alibaba ต้องการขยับขยายจากแดนมังกรออกสู่ Global และอเมริกา ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตลาดใหญ่ที่ไม่ควรพลาด

เรามาดูกันว่าความพยายามของแจ็คหม่าที่จะตีตลาดอเมริกามีอะไรบ้าง อ้ายจงสรุปสาระสำคัญมาให้แล้วครับ

1. กลางปี 2014 แจ็คหม่าเปิดตัว “11 MAIN” เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซเล็กๆ สำหรับขายสินค้าในตลาดอเมริกา แต่ดูเหมือนว่าแจ็คหม่าจะได้รับบาดแผลและบทเรียนไปบ้างสำหรับการเริ่มต้นในตลาดอเมริกา เพราะ 11 MAIN ของเขา ไม่เปรี้ยงอย่างที่คิด …1ปีต่อมาหลังจากที่เปิดตัว 11 MAIN เขาจึงตัดสินใจขายให้คู่แข่งในอเมริกา อย่าง OpenSky แต่ มันไม่ได้แย่อย่างที่คิด เพราะดีลในครั้งนั้น Alibaba เอง ก็เข้าถือหุ้น 37% ใน OpenSky ด้วย

2. ย้อนไปเมื่อวันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2014 Alibaba ได้เข้าสู่ตลาดหุ้นอเมริกา ในส่วนของตลาดหุ้นนิวยอร์ก เป็นครั้งแรก โดยการจำหน่ายหุ้นครั้งแรก หรือหุ้น IPO ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ชแดนมังกร สามารถระดมทุนได้กว่า 21.8 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการขายหุ้น IPO ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของอเมริกา (ถ้ารวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกินเข้าไป จะมีมูลค่าสูงถึง 25 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ทำลายสถิติ แซงหน้า Agricultural Bank of China เป็น IPO สูงที่สุดในโลกด้วย โดย Agricultural Bank of China เคยทำไว้ 22.1 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2010)

3. เมื่อปี 2015 เป็นปีที่แจ็คหม่าบุกตลาดอเมริกาอย่างหนัก โดยเป็นการบุกเพื่อเชื้อเชิญบรรดาผู้ประกอบการและแบรนด์ดังในอเมริกา นำสินค้าไปขายบนแพลทฟอร์มของเขา ในเครือ Alibaba เพื่อทำให้แพลทฟอร์มของเขา เป็นระดับโลกอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่จีน และเขาได้ออนเดอะทัวร์ไปเมืองต่างๆในอเมริกา เปิดการปราศรัยเพื่อดึงดูดให้บรรดาผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางมาร่วมกับเขาด้วย โดยเขาชี้ให้เห็นถึงประชากรจีนจำนวนมหาศาลที่แจ็คหม่าคาดการณ์ว่า ประชากรจีนจำนวนกว่า500ล้านคน จะเป็นชนชั้นกลาง ที่มีความสนใจในสินค้าที่มีคุณภาพสูงจากต่างประเทศ

4. หลังจากตั้งเป้าขยายฐานจากจีน สู่ระดับโลก โดยเฉพาะที่อเมริกา …แจ็คหม่าในนามAlibaba ได้ต่อสู้อย่างหนักเพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ในสายตาของประชาชนทั่วโลกที่มองว่าแพลทฟอร์มของเขา เป็นตลาดสินค้าปลอมและละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะบน Taobao
1ในความพยายามของเขาที่ต้องการต่อสู้กับปัญหานี้ คือ แต่งตั้ง Mathew Bassuir อดีตผู้บริหาร Apple ที่เคยคุมทีมด้านลิขสิทธิ์ของ Apple ให้มาคุมทีมดูแลและจัดการปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ รวมถึงทรัพย์สินทางปัญญา ให้กับทาง Alibaba โดยเฉพาะ โดยให้ประจำการอยู่ที่สำนักงานที่มหานครนิวยอร์ก เพื่อดีลกับแบรนด์ต่างๆในอเมริกา
และอีก 1 ความพยายามที่ต้องจดจำไว้ คือ การที่ Alibaba เข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มแนวร่วมต่อต้านสินค้าปลอม (International Antis counterfeit Coalition : IACC) แม้ Alibaba จะโดนระงับสมาชิกภาพ หลังเข้าร่วมกลุ่มเพียงประมาณ 1 สัปดาห์ เนื่องจากถูกต่อต้านและประท้วงจากบรรดาแบรนด์ระดับโลก เช่น Gucci, Michael Kors, Tiffany & Co.

5. ส่งท้ายปี 2016 เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แจ็คหม่าต้องงองูสองตัวประกบกันจนไก่ตาแตก เมื่อความพยายามในข้อ 4 ที่เขาตั้งทีมดูแลลิขสิทธิ์ อยู่ในสำนักงานที่นิวยอร์ค ก็แล้ว พยายามเข้ากลุ่มต่อต้านสินค้าปลอม (แม้จะเฟล) ก็แล้ว…แต่เขาก็ยังโดน อเมริกา โดยสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา..ขึ้นบัญชีดำ ข้อหา Taobao ในเครือ Alibabaของเขา เป็นตลาดขายสินค้าปลอม-ละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งหลังจากที่ผลออกมาแบบน่าผิดหวัง ทาง ไมเคิล อีแวนส์ ประธาน Alibaba ถึงขั้นเอ่ยว่า “หรือจะเป็นผลจากการเมือง? ทรัมป์อาจอยู่เบื้องหลัง? เพราะทรัมป์มักจะกล่าวหาจีนในประเด็นของสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ อยู่บ่อยครั้ง ตั้งแต่หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี” …แจ็คหม่า ได้เคลียร์กับทรัมป์ในข้อนี้หรือยังหว่า :-p

6. เปิดศักราชต้อนรับปีใหม่ เมื่อวันพุธที่ 4 มกราคม ที่ผ่านมา แจ็คหม่า ขอประกาศก้องให้อเมริกาและโลกรู้ว่า Taobao ลูกรักที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขา ไม่ได้เป็นตลาดของปลอมของก็อปเหมือนที่คนอื่นมองแล้วนะ (โดยเฉพาะอเมริกา)
การประกาศก้องในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการแถลงข่าวหรือปราศรัยด้วยถ้อยคำสวยหรู หากแต่ประกาศก้องด้วยการกระทำ “Alibaba ฟ้องร้านค้าสองรายที่ขายนาฬิกา Swarovski ปลอม โดยขายบนแพลทฟอร์มของเขา ดังนั้นจึงปล่อยไว้ไม่ได้ ..ฟ้องเรียกค่าเสียหายไปเบาเบา 1.4ล้านหยวน (ประมาณ 7 ล้านบาท)
นอกจากจะฟ้องร้องเพื่อเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูแล้ว Alibaba ยังโชว์เหนือ โชว์แสนยานุภาพสักเล็กน้อยด้วยการเผย “การใช้เทคโนโลยี Big Data – จัดการกับข้อมูลขนาดใหญ่ ประกอบกับการใช้พนักงานประจำ2,000คน และอาสาสมัครอีกราว 5,000คน เพื่อช่วยกันตรวจสอบหาสินค้าปลอมและต้นตอของสินค้านั้น”

7. ล่าสุด 9 มกราคมที่ผ่านมา แจ็คหม่าบินลัดฟ้าสู่อเมริกา เพื่อหารือกับทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีอเมริกา ณ ตึกทรัมป์ทาวเวอร์ โดยเขาได้เจาะเข้าไปในนโยบายของทรัมป์ที่ต้องการสร้างงานให้กับอเมริกันชน และนี่คือสิ่งที่แจ็คหม่าตั้งใจไว้อยู่แล้วที่จะดึผู้ประกอบการกระโจนสู่แพลทฟอร์มของเขา …เมื่อความต้องการตรงกัน ทุกอย่างก็(น่าจะ)ลงตัว 😀

จบลงไปแล้วสำหรับเล่าเรื่องเมืองจีนในตอนนี้ อาจจะยาวสักหน่อย แต่น่าจะทำให้คนที่สนใจในเรื่องนี้ ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นอีก …ถ้าหากใครมีความคิดเห็นอะไร แสดงความคิดเห็นได้เต็มที่เลยนะครับ

“ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์ นะครับ”

References:

https://qz.com/434600/alibaba-has-closed-down-11-main-its-us-based-amazon-competitor-one-year-after-launch/

http://www.forbes.com/sites/ryanmac/2014/09/22/alibaba-claims-title-for-largest-global-ipo-ever-with-extra-share-sales/#68c66c887c26

https://www.bloomberg.com/news/articles/2015-06-08/alibaba-s-jack-ma-visiting-u-s-to-lure-businesses-into-china

http://www.cnbc.com/2016/05/18/alibabas-jack-ma-drops-out-of-iacc-conference-in-spat-over-anti-counterfeiting-efforts.html

http://english.cri.cn/12394/2016/12/23/3521s948003.htm

http://english.cri.cn/12394/2017/01/06/1461s949021.htm

Alibaba Breaks New Legal Ground in China, Sues Alleged Counterfeit Sellers

ภาพจาก Weibo: CGTN

#อ้ายจง #เล่าเรื่องเมืองจีน #แจ็คหม่า #Alibaba #อาลีบาบา #จีน #อเมริกา

ขอบคุณที่มาของข้อมูล :
แฟนเพจอ้ายจง

ติดต่อเรา