นักวิจัยจีน เผยการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศช่วง 13,000 ปี ของพื้นที่ต้นเกิดแม่น้ำแยงซี

(แฟ้มภาพซินหัว : ช่องแคบชวีถัง ในเทศบาลนครฉงชิ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน หนึ่งในสามของช่องแคบซานเสียหรือช่องแคบสามผาแห่งแม่น้ำแยงซี วันที่ 23 เม.ย. 2021)

ปักกิ่ง, 21 มิ.ย. (ซินหัว) — นักวิจัยชาวจีนได้พัฒนาระบบดัชนีสำหรับย้อนติดตามการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศบรรพกาล (Paleo-climate) ช่วง 13,000 ปีที่ผ่านมา ในพื้นที่ต้นกำเนิดของแม่น้ำแยงซี ที่ถูกขนานนามว่าเป็นขั้วโลกที่สาม (The Third Pole) ซึ่งครอบคลุมที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบตและพื้นที่โดยรอบ ซึ่งกำลังเผชิญกับภาวะโลกร้อนที่รุนแรงอยู่ในขณะนี้

ลักษณะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศบริเวณที่ราบสูงแห่งนี้มีความโดดเด่น เนื่องจากมีระบบการไหลเวียนของอากาศที่แตกต่างกัน ได้แก่ มรสุมฤดูร้อนของเอเชียและลมตะวันตกในละติจูดกลาง

นักวิจัยได้รวบรวมข้อมูลตัวบ่งชี้หลายตัวจากตะกอนแกนกลางของทะเลสาบในพื้นที่ตอนกลางของที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต และพัฒนาการเก็บข้อมูลความละเอียดสูง ของการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและผลกระทบจากมรสุมในพื้นที่ต้นกำเนิดแม่น้ำแยงซีช่วง 13,000 ปีที่ผ่านมา

พวกเขาแบ่งการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศบรรพกาลตลอด 13,000 ปีที่ผ่านมา ออกเป็น 4 ช่วงเวลา นับตั้งแต่ยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้าย (Last Glacial Period) ซึ่งค่อนข้างหนาวเย็น, สมัยโฮโลซีนตอนต้นที่อากาศอบอุ่นและชื้น, สมัยโฮโลซีนตอนกลางและปลายที่อากาศเย็นและแห้ง, และช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมาที่อากาศมีแนวโน้มอบอุ่นและชื้นมากขึ้น

บทความวิจัยดังกล่าวซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารด้านบรรพชีวินวิทยา ภูมิอากาศบรรพกาลวิทยา และนิเวศวิทยาบรรพกาล (Palaeogeography, Palaeoclimatology, Palaeoecology) ยังระบุว่า พลังงานแสงอาทิตย์ ลมตะวันตก และการละลายของน้ำแข็ง เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศบรรพกาลด้วย

ขอบคุณที่มาของข้อมูล :

Xinhua

ติดต่อเรา