เมื่อ 8 ปีก่อน สมัยอ้ายจงอยู่ ปักกิ่ง ประเทศจีน เจอปัญหาฝุ่นจากพายุทะเลทราย ส่วนวันนี้ ปีนี้ กลับมาอยู่ไทย ที่จังหวัดเชียงใหม่ เจอฝุ่นควันอย่างหนักเช่นกัน เลยอยากเล่าเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยหยิบยกประเด็นจาก “ปักกิ่ง-จีน”
.
ปกติแล้ว ทุกปี ที่ปักกิ่งจะเจอพายุทะเลทรายพัดมาจากเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน (เน่ยเหมิงกู่) ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกปี และนั่นคือ หนึ่งในปัญหาที่ทำให้ปักกิ่งและเมืองอื่นๆละแวกนั้น เจอปัญหาฝุ่น-สภาพอากาศย่ำแย่ นอกเหนือไปจากปัญหาหมอกควันที่เกิดจากการใช้รถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม และการทำความร้อน (ฮีตเตอร์สาธารณะ) ช่วงฤดูหนาว
.
แต่สองสามปีมานี้ สถานการณ์ฝุ่นควันที่ปักกิ่งและหลายเมือง (โดยเฉพาะทางเหนือ) ของจีน เริ่มดีขึ้นมาก มีปริมาณสัดส่วนวันฟ้าใสมากขึ้น (ขอบอกว่า ย้อนหลังไปช่วงสิบปีที่ผ่านมา หากวันไหน ท้องฟ้าสดใสถือเป็นเรื่อง amazing มากๆที่ปักกิ่ง และเมืองทางเหนือ)
.
โดยทางการกรุงปักกิ่งรายงานผลออกมาเมื่อต้นปี ระบุว่า ค่า PM 2.5 ในปักกิ่ง ลดลง 53% ในรอบ 5 ปี เป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายต่อสู้กับปัญหาสภาพอากาศ เช่น
– พยายามเพิ่มพื้นที่สีเขียว-ปลูกป่า
– จำกัดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ขยายขนส่งมวลชน-ขนส่งสาธารณะ โดยรถโดยสารสาธารณะ รวมถึงแท็กซี่ ใช้พลังไฟฟ้ามากขึ้น
– ลดการใช้ถ่านหิน อย่างการปิดโรงไฟฟ้าเก่าหลายแห่งที่ใช้พลังถ่านหิน
.
อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงตรุษจีนเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปักกิ่งกลับมาถูกปกคลุมด้วยฝุ่นอีกครั้ง โดยทางจีนได้ออกมาแจ้งเตือน และเน้นย้ำ “ห้ามจุดประทัดและจุดพลุในเมือง เพื่อลดฝุ่นควัน”
.
หากใครอยากลองอ่านเต็มๆว่า จีนดำเนินการอะไรมาบ้างในหลายปีมานี้เพื่อแก้ปัญหาอากาศแย่ อ่านโพสต์ที่อ้ายจงเคยเขียนไว้ได้ที่
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1761360977328791&id=348166825314887
.
ภาพถนนหนทางสองภาพที่อ้ายจงนำมาโพสต์ เป็นภาพขณะอ้ายจงขับรถยามเช้า ณ พื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ที่เต็มไปด้วยฝุ่นควัน
#อ้ายจง #เล่าเรื่องเมืองจีน #ชีวิตในจีน
ขอบคุณที่มาของข้อมูล :
แฟนเพจอ้ายจง










