ว่ากันด้วยเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าในจีน สองปีมานี้ ที่เมืองจีน เราจะเห็นรถยนต์ไฟฟ้าวิ…

ว่ากันด้วยเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าในจีน

สองปีมานี้ ที่เมืองจีน เราจะเห็นรถยนต์ไฟฟ้าวิ่งบนท้องถนนเป็นเรื่องปกติ นอกเหนือจากรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่เห็นกันจนชินมานานแล้ว

เหตุที่รถยนต์ไฟฟ้าบูมในจีนและออกมาใช้งานได้จริง คือนโยบายของภาครัฐที่มีการกระตุ้นและร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการสร้างจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าไว้ให้บริการอย่างเพียงพอในหลายเมือง

อ้ายจงกลับมาจีนครั้งนี้ ผมใช้ชีวิตในกรุงปักกิ่ง หังโจว และเดี๋ยววันพรุ่งนี้จะย้ายไปเซี่ยงไฮ้ ถ้าใครเคยอ่านในเพจ จะรู้ว่า ผมลงข่าวบ่อยๆถึงนโยบายใช้รถยนต์และพาหนะพลังงานไฟฟ้าของเมืองเหล่านี้ ซึ่งพอกลับมาอีกครั้ง ผมเห็นรถยนต์ป้ายทะเบียน “สีเขียว” วิ่งเต็มท้องถนนไปหมด

“ทะเบียนสีเขียวที่เห็น ไม่ใช่ป้ายประมูลหรือป้ายกราฟฟิค แต่เป็นป้ายทะเบียนรถที่บอกให้รู้ว่า รถคันนี้คือ รถยนต์ไฟฟ้า” – นี่คือข้อมูลที่เราได้รับรู้จากหน้าสื่อจีนและได้รับข้อมูลนี้อีกครั้งจากคนจีน

ถ้าสังเกตป้ายทะเบียนให้ดี ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวที่ติดกับตัวเลข จะบอกชนิดของรถ ที่เห็นบ่อยๆก็ D คือ รถยนต์ส่วนบุคคลขนาดปกติแบบไฟฟ้าEV และถ้าเป็น F จะเป็นแบบ Hybridไฟฟ้าและน้ำมัน

จากการพูดคุยกับคนขับรถ滴滴หลายคน (滴滴 Didi อ่านว่า ตีตี ลักษณะแบบ Grab บ้านเรา) ได้รับข้อมูลที่น่าสนใจมากทีเดียว

พวกเขาเล่าว่า รถยนต์ไฟฟ้าประหยัดมาก เมื่อเทียบกับน้ำมัน อย่างคนที่ขับรถSUV ยี่ห้อ ChangAn เขาบอกว่า ชาร์จแบตตามที่ชาร์จสาธารณะในลานจอดรถหรือสถานที่ที่เตรียมไว้ เพียง2ชั่วโมง ใช้เงินประมาณ 50หยวน ก็วิ่งได้เกือบ300กิโลเมตร ซึ่งเขายังบอกอีกว่า สามารถชาร์จโดยใช้ไฟบ้าน ก็มีอุปกรณ์ที่ทำให้ชาร์จได้ แต่ใช้เวลาชาร์จนาน

ขณะที่คนขับรถHybridอีกคน ที่อ้ายจงได้พูดคุยด้วย เผยว่า “ที่เลือกใช้แบบHybrid เพราะต้องยอมรับเลยว่า แม้ตอนนี้หลายเมืองในจีน จะใช้รถยนต์ไฟฟ้าแพร่หลาย มีจุดชาร์จแบตแทบทุกกิโลเมตรโดยเฉพาะตามที่จอดรถในห้างหรือสาธารณะ แต่ปัญหาคือ นอกเมืองหรือต่างจังหวัด ยังหาเติมยาก ดังนั้นไม่เหมาะแก่การเดินทางไกล เลยเลือกใช้Hybrid ที่ยังเติมน้ำมันได้”

ทั้งนี้ ข้อมูลที่อ้ายจงอยากเล่าเพิ่มอีกคือ เมืองใหญ่อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หังโจว ได้นำรถพลังงานไฟฟ้ามาให้บริการรถเมล์แทบจะ100%แล้ว รวมถึงรถแท็กซี่ด้วย สื่อถึงการสนับสนุนของภาครัฐเป็นอย่างดี

#อ้ายจง #เล่าเรื่องเมืองจีน #ชีวิตในจีน



ขอบคุณที่มาของข้อมูล :
แฟนเพจอ้ายจง

ติดต่อเรา