เมื่อไม่นานมานี้ สำนักงานข้อมูลของบริษัท Sinopec ได้เปิดเผยข้อมูลว่า ถังเก็บก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ขนาด 270,000 ลูกบาศก์เมตร ได้เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้วที่สถานีรับก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของซิโนเปคชิงต่าว ทั้งนี้ ยังปรากฏข้อมูลว่า ถังเก็บก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ดังกล่าว เป็นถังเก็บก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ขนาดใหญ่ที่สุดของจีน และใหญ่ที่สุดในโลก ณ ขณะนี้ โดยถังเก็บก๊าซฯ จะมีความสามารถในการจุก๊าซเพิ่มเติมได้ถึง 165 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะสามารถตอบสนองความต้องการก๊าซของครัวเรือนกว่า 2,160,000 ครัวเรือน ในช่วงระยะเวลา 5 เดือนของฤดูร้อนได้ และจะช่วยยกระดับขีดความสามารถด้านความมั่นคงด้านพลังงานในภาคเหนือของจีน

ถังเก็บก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) แห่งนี้ มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 100.6 เมตร สูง 55 เมตร พื้นภายในถังสามารถจอดเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ รุ่น C919 ของจีนได้ นอกจากนี้ถังเก็บก๊าซฯ ดังกล่าว ยังเป็นถังเก็บก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ขนาดใหญ่พิเศษและยังเป็นโครงการหลักของโครงการถังเก็บก๊าซ ระยะที่ 3 ของสถานีรับ LNG ของซิโนเปคชิงต่าว ซึ่งวิจัย ออกแบบ ก่อสร้างของ Sinopec Tianranqi Compamy ร่วมกันกับ Sinopec engineering incorporation และ Sinopec Tenth Constraction Co.,LTD

ในช่วงเวลาเดียวกัน โครงการสถานีรับ LNG เทียนจิน ระยะที่ 2 ก็ดำเนินการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์อย่างเป็นทางการ มีการใช้ถังเก็บก๊าซขนาด 220,000 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 3 ถัง ซึ่งช่วยเพิ่มความจุก๊าซได้มากกว่า 400 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ สถานีรับ LNG ของซิโนเปคเทียนจิน มีกำลังการผลิตก๊าซ 1,080 ล้านลูกบาศก์เมตร ครองอันดับ 1 ของจีน โดยปัจจุบัน สถานีรับ LNG ของซิโนเปคชิงต่าว และ สถานีรับ LNG ของซิโนเปคเทียนจิน จะมีกำลังการเก็บก๊าซมากถึง 1,680 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะสามารถรองรับรองรับปริมาณความต้องการในช่วงฤดูหนาว

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การดำเนินงานของบริษัท Sinopec ได้ดำเนินการตามแผนพัฒนาเศรฐกิจและสังคม 5 ปี ฉบับที่ 14 ของจีน ในส่วนของแผนระบบพลังงานใหม่ ในด้านก๊าซธรรมชาติ ซึ่งมีจุดเน้นในเรื่องการยกระดับขีดความสามารถในการจัดเก็บและจัดสรรก๊าซธรรมชาติโดยคำนึงถึงความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการก่อสร้างโครงการก่อสร้างคลังเก็บก๊าซธรรมชาติ อาทิ คลังเก็บก๊าซใต้ดิน และสถานีรับก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)  รวมถึงโครงการถังเก็บก๊าซฯ นี้ ก็จะมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนและยกระดับขีดความสามารถในการพัฒนาระบบพลังงานใหม่ของจีน รวมถึงจะช่วยเสริมบทบาทมณฑลซานตงในฐานะผู้นำการพัฒนาระบบพลังงานใหม่อีกด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการกักเก็บและจัดหาพลังงานในอนาคตและเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจศึกษาในด้านนี้ คาดการณ์ว่า ภายใน ปี 2568 ความสามารถในการกักเก็บก๊าซของจีนจะสูงถึง 55,000 – 60,000 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นประมาณ 13% ของการใช้ก๊าซธรรมชาติ

แหล่งที่มา:
http://www.chinapower.com.cn/xw/cycj/20231106/223176.html

ที่มา : https://thaibizchina.com/