ปัจจุบันเทคโนโลยีและนวัตกรรมภูมิปัญญาประดิษฐ์ของมณฑลเจียงซีมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว อีกทั้งความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลายมากขึ้น โดยผู้บริโภคส่วนใหญ่มีความต้องการซื้อสินค้าโดยคำนึงถึงคุณภาพและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดกระแสการบริโภคสีเขียวและอุปสงค์ต่อสินค้าดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้น

    ปัจจัยกระแสการบริโภคสีเขียวมณฑลเจียงซีที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

    1) ความต้องการที่หลากหลายและอุปสงค์ที่สูงของผู้บริโภค รวมถึงแนวคิดของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้ามากกว่าปริมาณ และการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

    2) นวัตกรรมการผลิตของมณฑลเจียงซีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าสีเขียว ปัญญาประดิษฐ์ และมีกำลังในการผลิตสินค้าที่สามารถตอบสนองต่ออุปสงค์ของผู้บริโภคได้อย่างดี

        โดยกรมสถิติของมณฑลเจียงซีระบุว่า ในช่วงไตรมาส 1 – 3 ของปี 2566 มูลค่าการค้าปลีกของยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 35.9 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า และมูลค่าการค้าปลีกอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะเพิ่มขึ้นร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า รวมถึงมูลค่าการค้าปลีกสมาร์ตโฟนเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.9 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

        ซึ่งในปี 2566 มณฑลเจียงซีได้ออกมาตรการเกี่ยวกับ “การส่งเสริมและขยายการบริโภค” เพื่อกระตุ้นการบริโภคสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การแจกคูปองเงินสดสำหรับการซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าในแต่ละครัวเรือนรวม 20 ล้านหยวน การจัดงานนิทรรศการ The World Green Development Investment And Trade Expo ครั้งที่ 6 การจัดงานนิทรรศการ The China Green Food Expo ครั้งที่ 15 เป็นต้น เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้ทุกพื้นที่ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

        ทั้งนี้ ไทย สามารถเรียนรู้มาตรการการพัฒนาผู้บริโภคสีเขียวจากมณฑลเจียงซีได้ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ อีกทั้งทางภาครัฐไทยควรพัฒนาเทคโนโลยี/นวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งควรจัดอบรม แบ่งปันความรู้แก่ภาคประชาชนให้เข้าใจถึงความหมายของการบริโภคสีเขียว เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและมีพฤติกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม                  

  แหล่งอ้างอิง  https://www.jiangxi.gov.cn/art/2023/12/20/art_393_4735571.html

ที่มา : https://thaibizchina.com/