ผลกระทบในอีกมุมหนึ่งของการศึกษาที่วัดผลความสำเร็จด้วยคะแนน… “ทำทุกวิถีทางเพื่อ…

ผลกระทบในอีกมุมหนึ่งของการศึกษาที่วัดผลความสำเร็จด้วยคะแนน… “ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาด้วยคะแนนอันสวยหรู”

[คำเตือน: ยาวมากนะครับโพสต์นี้ แต่อยากขอร้องให้อ่านจนจบ เพราะทุกตัวอักษรกลั่นมาจากความหวังดีที่อยากให้สังคมนี้ดีขึ้น ]

รูปที่อ้ายจงนำมาโพส ได้มาจากเพื่อนๆของอ้ายจงที่ส่งต่อกันมา โดยระบุว่าเป็นรูปที่มีนักศึกษาไทยในจีนคนหนึ่ง “ประกาศรับสมัครหาคนสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาจีน หรือ HSK เพื่อรับจ้างสอบ โดยมีค่าใช้จ่ายในการสอบและค่าสมัครสอบให้” อ้ายจงสืบมาพบว่า การจ้างทำนองนี้ค่าตอบแทนค่อนข้างสูงทีเดียว เพราะระดับ6 คือระดับสูงสุดของการสอบ… เท่าที่รู้มา มีนักศึกษาไทย ทำแบบนี้จำนวนไม่น้อยเลย ..ชาติอื่นก็มีครับ ฮ่าๆ

ที่นำมาโพสต์ เพราะอยากฝากไว้ว่า ไม่ว่าเราจะทำอะไร เราควรลองทำด้วยตนเอง พยายามด้วยตนเอง อย่ายึดติดในคะแนน ในความสำเร็จแบบสำเร็จรูป มากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกระทำแบบในรูป ผิดในทุกประเด็น ทั้งผิดหฎของการสอบ, ทั้งผิดต่อประเทศชาติ เพราะหากโดนจับได้ เสียชื่อเสียงทั่วประเทศ ,ผิดต่อคนที่เขาตั้งใจจริง ,ผิดต่อตนเอง เพราะหลอกตนเอง รังแกตนเองที่จะต้องมาเสียใจภายหลังกับความสำเร็จที่ทำเทียมขึ้นมา, ผิดศีลธรรม,ผิดต่อพ่อแม่คนรอบข้าง ที่เขาตั้งความหวังต่อเรา, ผิดต่อสถาบัน ครูบาอาจารย์ เราน่าจะเคารพสถาบันการศึกษา ครูบาอาจารย์ที่ตั้งใจสั่งสอนเรามา ด้วยการทำให้เต็มที่ด้วยความรู้ความสามารถของเรา

สำหรับข้อความในรูป คนโพสต์บอกว่า รับฝากมาอีกที …ผมเลยขอฝากอะไรไปบ้างเหมือนกันว่า “มิตรที่ดี ควรแนะนำสิ่งดีดี ควรตักเตือนเมื่อทำสิ่งไม่ถูกต้อง … อย่าคำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ มากกว่าสิ่งที่ถูกที่ควร…มิตรที่ดีไม่จำเป็นต้อง เออ-ออห่อหมกไปในทุกเรื่อง เมื่อเราค้าน เราอาจโดนไม่พอใจ แต่สักวันเขาจะเห็นในความหวังดีของเรา แต่ถ้าเขายังคงโมโห ไม่มีทางเข้าใจ ก็ถือว่าได้เตือนแล้ว และควรนำตัวเราออกมาให้ห่าง เพราะ ศีลไม่เสมอกัน”

อาจจะมีคนบอกผมว่า ก็เห็นทำกันเยอะนะ แอบทำกันมาตั้งนาน ไม่เห็นโดนจับได้ …คนจีนก็มีทำนะในการสอบภาษาอังกฤษ อย่างเวลาเราสอบที่มหาวิทยาลัย เรายังแอบลอกกันได้เลย ..คือจะรอให้โดนจับได้ก่อนหรือครับ?

ขอยกตัวอย่างสักหนึ่งเคส “มีนักศึกษาจีนจ้างสอบภาษาอังกฤษแทน ผลปรากฎว่าโดนปรับตกและพ้นสภาพนักศึกษาทั้งคนจ้างและรับจ้าง รวมถึงผู้ร่วมขบวนการ” …ค่าจ้างอาจจะเป็นเงินจำนวนไม่น้อย และคะแนนที่ได้ก็คงจะสวยมากๆ หากไม่โดนจับได้ แต่คุ้มไหมครับกับการโดนไล่ออก … หรือแม้ว่าจะไม่โดนจับได้ แต่ก็จะเป็นตราบาปในใจไปตลอดว่าเราไม่มีความสามารถมากพอ…คนอื่นดูถูกเรา เรายังแทบจะตะบันหน้าด้วยหมัดเรา แต่นี่เรากำลังดูถูกตัวเราเองเลยนะครับ ^^

ใช่ครับ…ปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่าตั้งแต่พวกเราเข้าสู่ระบบการศึกษา เริ่มตั้งแต่ขั้นอนุบาล จนระดับมหาวิทยาลัย เราจะต้องอยู่กับสิ่งที่เรียกว่า “คะแนน” “เกรด” ไม่ใช่แค่ที่ไทยครับ แต่เป็นทุกที่ทั่วโลก ต่างกันแค่จะให้ความสำคัญมากหรือน้อย

แน่นอนครับว่า คะแนน วัดผลเราได้ ว่าเราเข้าใจในการเรียนการสอนในคลาส ในวิชานั้น มากน้อยเพียงใด แต่ถ้าเรายึดติด ให้ความสำคัญกับคะแนนมากเกินไป เราจะพบเจอกับด้านมืด…ที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่ง คะแนน หรือ เกรด ที่สูง …ทั้งที่บางครั้ง เรายังตอบตนเองไม่ได้เลยว่า ในวิชานั้นที่เราเรียนจบ ได้คะแนน90+ ได้เกรดA…สาระสำคัญของวิชานั้นคืออะไร นำไปประยุกต์อย่างไร …

หากเรายึดติดกับความสำเร็จเทียม ที่เราสร้างขึ้นมา เราก็ไม่มีวันสำเร็จในโลกความจริง …ทุกคนอาจจะเคยสงสัยว่าบางคนที่ได้เกรดสวยหรู จบเกียรตินิยม แต่ทำไมไม่ประสบความสำเร็จในการงาน เมื่อเทียบกับบางคนที่ผลการเรียนกระท่อนกระแท่น กินปลา[ เกรดF ] เป็นกระบุงในตอนเรียน …อาจเป็นเพราะว่า คนนั้นที่ได้เกรดสวยหรู เจาอาจจะยึดติดกับคะแนน อาจจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้คะแนน จนลืมไปว่า สาระของความรู้ การนำไปประยุกต์ใช้ เป็นอย่างไร และอาจจะหลงในคะแนนสวยหรู เลยเลือกงานแล้วเลือกงานอีกก็เป็นได้ …ในขณะที่คนที่ผลการเรียนไม่ดี แต่เขาเก็บความรู้แม้จะเป็นส่วนเล็กๆ เก็บมาแบบเข้าใจจริง ประยุกต์ใช้เป็น …พยายามทำทุกอย่างด้วยตนเอง…สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เขาประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ได้ทำงานที่ชอบ กล้าที่จะเปลี่ยนกล้าที่จะทำสิ่งใหม่ๆเพื่อให้ตรงกับตนเอง จนสำเร็จ…[คนที่ได้เกรดดี คะแนนสวยหรู โดยมาจากความรู้ความสามารถจริงๆ และประสบความสำเร็จในชีวิต ก็มีเยอะมากนะครับ อ้ายจงชื่นชมคนเหล่านี้มากๆด้วย คนอะไรperfectมาก 😀 ]

การได้คะแนนสูง เกรดดี แต่ความสามารถที่แท้จริงของเรายังไม่เหมาะสมกับสิ่งที่ได้มา …กับ…พยายามด้วยตัวเราเอง คะแนนที่ได้เกรดที่ได้ ล้วนมาจากความสามารถความตั้งใจของเรา แต่เราได้ F ได้ D … แบบไหนน่าภูมิใจมากกว่ากันครับ? คนเราทุกคนล้วนเสียใจและรู้สึกโมโห เมื่อโดนคนอื่นหลอก…แล้วเวลาที่เราหลอกตัวเองล่ะครับ? น่าเสียใจ น่าโมโหมากกกว่าหรือเปล่า …น่าคิดนะครับ

ขอเป็นกระบอกเสียงเล็กๆ เผื่อจะสะกิดใจใครสักคนที่กำลังทำในสิ่งไม่ถูกต้อง ให้คิดใหม่ทำใหม่ครับ

ขอบคุณที่มาของข้อมูล :
แฟนเพจอ้ายจง

ติดต่อเรา