SIEMENS ลงทุนพลังงานลมในอ่าวเป่ยปู้กว่างซี – ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในจีน (Thailand Business Information Center in China)

ไฮไลท์

  • บริษัท SIEMENS Energy และกลุ่มบริษัท China Huaneng Group (中国华能集团公司) ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของจีน ได้ตัดสินใจร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาฐานอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมในทะเลอ่าวเป่ยปู้ (คนไทยรู้จักชื่อ อ่าวตังเกี๋ย) ที่เมืองชินโจวของกว่างซี ด้วยมูลค่าเงินลงทุน 1,100 ล้านหยวน ตั้งเป้ามูลค่าการผลิตปีละราว 30,000 ล้านหยวน
  • บริษัททั้งสองได้เล็งเห็นโอกาสจากยุทธศาสตร์ต่างๆ ที่กว่างซีได้รับการสนับสนุนจากส่วนกลาง โดยได้วางแผนจะพัฒนาธุรกิจพลังงานทดแทนประเภทอื่นๆ ในกว่างซีด้วย เช่น ก๊าซธรรมชาติ บริการด้านพลังงานแบบครบวงจรสำหรับนิคมอุตสาหกรรม และพลังงานไฮโดรเจน
  • การขยายตัวทางเศรษฐกิจของกว่างซี (และทั้งประเทศจีน) ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานมีเพิ่มมากขึ้น พลังงานทางเลือก เป็นคำตอบที่เหมาะสมที่สุด โดยเฉพาะในบริบทการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กอปรกับกว่างซีมีความพร้อมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุน(ไทย)ในธุรกิจพลังงานทางเลือกในกว่างซี เช่น โรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เฟส 2 ในเมืองฝางเฉิงก่าง ซึ่งมีบริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) ของไทยร่วมถือหุ้นอยู่ด้วย 10%

 

การใช้พลังงานมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่แหล่งพลังงานที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้หลายประเทศทั่วโลกต้องเผชิญกับความท้าทายในการจัดหาแหล่งพลังงานให้เพียงพอกับความต้องการในอนาคต โดยประเทศ จีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เริ่มสร้างจุดแข็งเรื่องเทคโนโลยีพลังงานสะอาดให้โลกเห็น เพื่อรองรับความกระหายพลังงานจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและจำนวนประชากรกว่า 1/6 ของโลก โดยส่งเสริมให้มีการลงทุนด้านพลังงานทางเลือกเพิ่มมากขึ้น

ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในกว่างซีมีการขยายตัวสูงเป็นอันดับ 5 ของประเทศ (เฉพาะเดือนพฤษภาคม การใช้ไฟฟ้าขยายตัวพุ่งสูงอันดับ 1 ของประเทศ) โดยเฉพาะการใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรม สะท้อนให้เห็นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของมณฑล ส่วนการผลิตไฟฟ้าในกว่างซี นอกจากการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการในมณฑลแล้ว ยังเป็นการผลิตเพื่อป้อนพื้นที่ทางภาคตะวันออกของประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่อุตสาหกรรมสำคัญในมณฑลกวางตุ้ง รวมถึขายให้กับประเทศเวียดนามด้วย

เมื่อไม่นานมานี้ บริษัท SIEMENS Energy และกลุ่มบริษัท China Huaneng Group (中国华能集团公司) ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของจีน ได้ตัดสินใจร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาฐานอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมในทะเลอ่าวเป่ยปู้กว่างซี (คนไทยรู้จักชื่อ อ่าวตังเกี๋ย) ด้วยมูลค่าเงินลงทุน 1,100 ล้านหยวน โดยตั้งเป้ามูลค่าการผลิตปีละราว 30,000 ล้านหยวน

โครงการดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ฐานการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมในอ่าวเป่ยปู้ การบุกเบิกพัฒนาทรัพยากรไฟฟ้าพลังงานลมในทะเล และการต่อยอดในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยจะจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์การผลิตไฟฟ้าพลังงานลมที่เมืองชินโจว และเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมกับอาเซียนด้วย

ทุกฝ่ายเชื่อว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในพื้นที่อ่าวเป่ยปู้ ช่วยพัฒนาโครงสร้างด้านพลังงานของกว่างซี ช่วยบุกเบิกตลาดไฟฟ้าพลังงานลมในอาเซียน และช่วยส่งเสริมการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การเข้ามาลงทุนของบริษัทยักษ์ใหญ่ในกว่างซี เนื่องจากกลุ่มบริษัท China Huaneng Group เล็งเห็นโอกาสจากยุทธศาสตร์ต่างๆ ที่กว่างซีได้รับการสนับสนุนจากส่วนกลาง กลุ่มบริษัทฯ ได้แสดงความพร้อมในการเข้ามาพัฒนาธุรกิจพลังงานทดแทนในกว่างซี และวางแผนจะขยายความร่วมมือด้านก๊าซธรรมชาติ และการบริการด้านพลังงานแบบครบวงจรสำหรับนิคมอุตสาหกรรมอีกด้วย ขณะที่บริษัท SIEMENS Energy วางแผนจะกระชับความร่วมมือด้านการพัฒนาพลังงานไฮโดรเจนด้วย

บีไอซี เห็นว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของกว่างซี (และทั้งประเทศจีน) ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานมีเพิ่มมากขึ้น พลังงานทางเลือก เป็นคำตอบที่เหมาะสมที่สุด โดยเฉพาะในบริบทใหม่ในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงกับการพัฒนาพลังงานทางเลือก ความจริงไม่ได้เป็นเรื่องแปลกใหม่ เนื่องจากมณฑลแห่งนี้เป็นฐานพลังงานทางเลือกที่สำคัญแห่งหนึ่งของจีนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ทางภาคตะวันตกของมณฑล ฐานก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของ SINOPEC (中石化) ในท่าเรือเป๋ยไห่ และฐาน LNG ของ CNOOC (中国海油) ในท่าเรือฝางเฉิงก่าง รวมถึงโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในเมืองฝางเฉิงก่าง ซึ่งโครงการเฟสสองมีบริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) ของไทยร่วมถือหุ้นอยู่ด้วย 10%

การลงทุนด้านพลังงานทางเลือกในกว่างซีเป็นอีกโอกาสสำหรับนักลงทุนไทยที่กำลังมองหาลู่ทางการลงทุนในจีน ซึ่งรัฐบาลกว่างซีกำลังมุ่งส่งเสริมการลงทุนจากธุรกิจต่างชาติ โดยได้เน้นว่าธุรกิจต่างชาติจะได้รับการปฏิบัติด้วยความเสมอภาคและทัดเทียมทางกฎหมาย การแข่งขัน และการคุ้มครอง/สิทธิประโยชน์ทางการลงทุน รวมทั้งได้พัฒนากลไกการทำงานเพื่อให้บริการและติดตามความคืบหน้าในการลงทุน รวมถึงเคาน์เตอร์รับเรื่องร้องเรียนสำหรับนักลงทุนต่างชาติแล้ว

 

จัดทำโดย นายกฤษณะ สุกันตพงศ์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง
ที่มา  หนังสือพิมพ์ชินโจว เดลี่ (钦州日报) วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563
ภาพประกอบ www.freepik.com

 

ที่มา : https://thaibizchina.com/

ติดต่อเรา