#เรื่องเล่ายามดึก​ เมื่อจีนกำลังพัฒนาภาพลักษณ์​ของประเทศ​เข้าสู่ความเป็นสากลมากข…

#เรื่องเล่ายามดึก​ เมื่อจีนกำลังพัฒนาภาพลักษณ์​ของประเทศ​เข้าสู่ความเป็นสากลมากขึ้น และคำทำนายของเพื่อนชาวจีนที่บอกไว้เมื่อ8ปีก่อนว่า “ประเทศ​ของเขา จะเป็นสากลมากขึ้นอย่างแน่นอน”

ย้อนกลับ​ไปเมื่อช่วงปี2011 เป็นปีแรกๆที่อ้ายจงได้ไปใช้ชีวิตอยู่ในจีน ฐานะนักศึกษา​ปริญญาโท​ทุนรัฐบาล​จีน ตอนนั้นไปถึงจีนใหม่ๆก็โดนรับน้องด้วยการโดน “น้ำลาย” จากคนจีนที่ถ่มลงพื้นแล้วกระเด็นมาโดน ขณะยืนรอจ่ายเงิน ณ ร้านขายของชำแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง​ ตอนนั้นรู้สึกงงปนความรับไม่ได้กับพฤติกรรม​ดังกล่าว อยู่ไปอยู่มาเริ่มเจอเยอะขึ้นเรื่อยๆจนต้องถามเพื่อนชาวจีนที่เรียนระดับปริญญาโทเช่นเดียวกันว่า

“ทำไมคนจีนชอบถ่มน้ำลายลงพื้น?”

“ทำไมคนจีนมีพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่น่าจะทำ

เช่น ผู้ชายจีนจำนวนมากถกเสื้อขึ้นครึ่งตัว(บางคนถอดเลยก็มี)​เดินตามที่สาธารณะ​ไม่เว้นในห้างสรรพสินค้า​และรถไฟใต้ดินในช่วงหน้าร้อน

ทำไมถึงสูบบุหรี่​ในที่สาธารณะ​และภายในร้านอาหาร?”

ประมาณ​8ปีก่อน (ณ ขณะนั้น)​เพื่อนคนจีนตอบกลับมาว่า” ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป โดยเฉพาะ​คนรุ่นใหม่ที่เรียนระดับมหาวิทยาลัย​ เริ่มเปลี่ยนแล้ว พวกเรากำลังก้าวเข้าสู่ความเป็นสากลมากขึ้น รอดูต่อไปแล้วกัน อีกไม่นานหรอก”

คำพูดของเพื่อนยังดังก้องอยู่ในความทรงจำของผม และก็ไม่นานอย่างที่เพื่อนผมบอกเอาไว้

หลังจากวันนั้น ผมเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง​ในจีนในเรื่องของพฤติกรรม​ประชากร อยู่เรื่อยๆ ในทิศทางที่ดีและมุ่งสู่สากล

เริ่มเห็นคนรุ่นใหม่ มีพฤติกรรม​สูบบุหรี่​และถ่มน้ำลายในที่สาธารณะ​ลดลง

เริ่มเห็นนโยบายห้องน้ำสะอาด จนเป็นการปฏิวัติห้องน้ำที่ดังไปทั่วโลก

เริ่มเห็นการแบนและรณรงค์​งดสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ​อย่างเอาจริงในหลายเมืิองทั่วจีน อย่างเช่นที่เมืองซีอาน ที่อ้ายจงเคยไปใช้ชีวิตสี่ปีที่นั่น ก็มีแคมเปญ “เพื่อความศิวิไลซ์​ก้าวสู่สากล งดสูบบุหรี่​และทิ้งก้นบุหรี่ในที่สาธารณะ​ และตามทางเท้า”

เริ่มเห็นการประจานนักท่องเที่ยว​จีนทั้งในจีนเองและไปต่างประเทศ​ที่ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น หยิบของธรรมชาติกลับมาจีน, ขีดเขียนตามสถานที่ท่องเที่ยว, เอะอะโวยวายขณะไปเที่ยว โดยคนจีนถือเรื่อง” เสียหน้า หรือ 丢脸 ” อย่างมาก การไปทำเช่นนั้น โดนคนต่างชาติตำหนิ คนจีนรับไม่ได้ เพราะเป็นการทำให้คนจีนทั้งชาติต้องเสียนั้น ดังนั้นเมื่อมีอยู่ช่วงหนึ่ง นักท่องเที่ยว​จีนโดนตำหนิจากหลายประเทศ​ รัฐบาล​จีนจึงแก้ปัญหา​ด้วยการออกหนังสือ “มารยาทสากลที่ควรมีขณะไปเที่ยวต่างประเทศ” และ ณ ตอนนั้นจึงถือกำเนิด “ธุรกิจ​สอนมารยาททางสังคม” ที่ได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน​

เริ่มเห็นการแบนการถ่มน้ำลายลงพื้นและการประจานคนทำผิดในโลก​โซเชียล​จีน โดยที่แรกๆที่เริ่มแบนการถ่มน้ำลายและมีกฎหมายจับปรับคือที่เมืองหังโจว มณฑล​เจ้อเจียง

เริ่มเห็นการแบนกินอาหารในรถไฟฟ้า ถ้าทำผิดโดนตัดเครดิตทางสังคม

เริ่มเห็นคนจีนตำหนิคนจีนกันเองเวลามีแซงคิว

เริ่มเห็นการแบนและปรับคนที่ดึงเสื้อขึ้นครึ่งตัวหรือถอดเสื้อเดินในหน้าร้อน โดยที่เป็นข่าวดังตอนนี้คือที่เมืองจี่หนาน มณฑล​ซานตง แต่ในความจริงมีมาก่อนหน้านั้นในหลายเมืืองของจีน อาทิ เทียนจิน ถ้าใครทำ ปรับสูงสุด 200หยวน (ประมาณ​1,000บาท)

และเริ่มเห็นอีกหลายอย่างในทิศทางที่ดีขึ้น

ปฏิเสธ​ไม่ได้ว่า หนึ่งในคีย์หลักที่ทำให้จีนเกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องพฤติกรรม​ประชาชน คือนโยบายภาครัฐ​ที่ต้องการเปิดประเทศ​จีนให้สากลอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เจริญ​ทางเทคโนโลยี​เพียงด้านเดียว

การมอบทุนการศึกษา​ให้เด็กต่างชาติมาเรียนในจีนรวมถึงมอบทุนให้เด็กจีนไปเรียนต่างประเทศ​ก็เป็นหนึ่งในนโยบายสร้างคนจีนแห่งอนาคต กล่าวคือ เมื่อนักศึกษา​ต่างชาติเข้ามาในจีน คนในจีนก็จะได้เรียนรู้ความเป็นสากล และคนจีนที่ไปต่างประเทศ​ก็ได้เรียนรู้วัฒนธรรม​จากต่างประเทศ​ว่านอกจีนเป็นอย่างไรบ้าง จึงนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ เครดิตทางสังคมที่จีนก่อตั้งระบบนี้ขึ้นมา ก็เป็นหนึ่งในการสร้างความศิวิไลซ์​และพัฒนาคุณภาพชีวิต​ของคนจีนอย่างยั่งยืน เพราะถ้าไปดูสิ่งที่ทำให้โดนตัดแต้มก็ล้วนเป็นพฤติกรรมไม่พึงประสงค์​ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะการกินอาหารบนรถไฟฟ้า, สูบบุหรี่​ที่สาธารณะ, เดินข้ามถนนผิดกฎ​จราจร เป็นต้น

จีนถือเป็นประเทศ​ต้นแบบ ที่รู้ว่า สิ่งใดไม่ดีและควรเปลี่ยนแปลง พอรู้ ก็ทำอย่างชัดเจน เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมครับ

#อ้ายจง #เล่าเรื่องเมืองจีน #ชีวิตในจีน

ขอบคุณที่มาของข้อมูล :
แฟนเพจอ้ายจง

ติดต่อเรา