ผมมักเล่าถึงเคสการปรับเปลี่ยนรูปแบบร้านหนังสือ ที่ทำให้ธุรกิจ​ร้านหนังสือ​และสื่…

ผมมักเล่าถึงเคสการปรับเปลี่ยนรูปแบบร้านหนังสือ ที่ทำให้ธุรกิจ​ร้านหนังสือ​และสื่อสิ่งพิมพ์​จีนมีการ​เติบโต​สวนทางยุคDisruption ที่ส่วนใหญ่​ธุรกิจ​แนวนี้ทั่วโลกประสบปัญหา​ต้องล้มหายตายจากกันไปรวมถึงในไทย

โดยคีย์หนึ่งของธุรกิ​จร้านหนังสือในจีนที่ทำให้สำเร็จ​ไม่แค่อยู่รอด แต่ยังเติบโต​กว่าเดิมด้วย คือการ Transform และ cross industry กับหลายๆสิ่งที่ไม่ใช่แค่หนังสือ หากเรานึกภาพร้านหนังสือในสมัยก่อน เราคงนึกถึงแค่ร้านที่มีแต่หนังสือเต็มไปหมด มาซื้อแล้วก็เอากลับไปอ่านที่บ้าน บางทียืนอ่านหรือหาที่หลบมุมอ่านยังเป็นเรื่องต้องห้าม ที่เรามักจะหลบๆทำ แต่พอยุคสมัยเปลี่ยน ก็มาถึงยุคที่เราต้องทำให้ร้านหนังสือไม่ใช่แค่ร้านหนังสือ โดยต้องตอบโจทย์​กล่มลูกค้าให้ได้ว่า “มาทำไมที่ร้านหนังสือ ถ้ามันมีแค่หนังสือ เขาก็ซื้อหรืออ่านออนไลน์​เอาก็ได้”

พอเราปรับดีไซน์​ร้านหนังสือให้น่าเข้า ให้กลายเป็นพื้นที่ของการมาหาแรงบันดาลใจ​ หรือที่พักผ่อน ที่เขามาทีานีา ไม่ใช่แค่ได้หนังสือกลับไป หากทว่ายังได้สินค้าอื่นติดไม้ติดมือไปได้ด้วย ซึ่งสังเกตให้ดี สินค้าบางอย่างเราอาจมองเผินๆว่่า ไม่น่าเกี่ยวข้องกับร้านหนังสือ แต่มองให้ลึก สิ่งที่วางขาย “มันคือสิ่งที่คนอ่านหนังสือมักจะซื้อ” เช่น แผ่นเพลง, อุปกรณ์​ไอที, เครื่องเขียน, แก้วน้ำ หรือแม้กระทั่งของเล่นเด็ก

ร้านอาหาร, ร้านกาแฟ, พื้นที่นั่งอ่านหนังสือพร้อมพื้นที่คุยงานเล็กๆที่พร้อมด้วยปลั๊กไฟ เราอาจจะนึกไม่ออกเลยว่า จะมีิอยู่ในร้านหนังสือได้หรอ

แต่ปัจจุบัน​มีแล้ว และบางที่ยัง beyondไปจากเดิม ยังทำให้เป็นเหมือน “ห้างเล็กๆ ที่มีหนังสือเป็นตัวชูโรง” สามารถทำทุกอย่างได้หมด อยู่ได้ทั้งวัน ทั้งอ่านหนังสือ กินข้าว ฟังสัมมนา ดูงานศิลปะ จะเข้าห้องน้ำ ก็ไม่ต้องออกไปโซนอื่น อยู่ในร้านหนังสือนี่ล่ะครับ

ที่กล่าวมาคือเกิดขึ้นจริงในจีน โดยผลลัพธ์​ที่ออกมาทำให้ธุรกิจ​ร้านหนังสือ​และสื่อ​สิ่งพิมพ์​ในจีนเติบโตเฉลี่ยปีละมากกว่า 1​0% โดยสองสามปีที่ผ่านมากลายเป็นเทรนด์ “แข่งกันเปิดร้านหนังสือดีไซน์​สวยและยิ่งใหญ่ ไม่ใช่แค่ร้านเล็กๆ1ชั้น แคบๆแบบที่ผ่านมา” ที่มักเป็นกระแสโซเชียลจีนอยูุ่ตลอด

ถ้านึกภาพไม่ออกว่าที่จีนรูปแบบที่ผมกล่าวมาเป็นยังไง มาดูที่ Think Space B2S ที่ Central Festival EastVille​ ก็ได้ครับ ต้องยอมรับว่่าผมไม่ค่อยได้มาที่นี่ เพราะเพิ่งกลับไทยถาวรได้ปีกว่าๆ พอมาที่นี่ ได้กลิ่นอายร้านหนังสือที่คุ้นเคยในจีนเลยครับ

ผมพูดเสมอว่า ยุค Disruption​ที่หลายคนกลัว มันไม่น่ากลัวอย่างที่คิดครับ ขอแค่เรากล้าที่จะคิดนอกกรอบ-ใช้จินตนาการ​และใช้ความรู้-ทักษะที่เรามี มาผสานกันให้เป็น

#อ้ายจง #เล่าเรื่องเมืองจีน #ชีวิตในจีน





ขอบคุณที่มาของข้อมูล :
แฟนเพจอ้ายจง

ติดต่อเรา